img_1912

ทริปนี้เดินทางทั้งหมด 5 วัน 3 คืน เป็นการเดินทางเที่ยวระยะสั้นๆ แต่มีจุดหมายปลายทางของทริปนี้คือ กำแพงเมืองจีน เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ซึ่งการเดินทางของผมผ่าน Blogger WITH MY SHUTTER เดินทางมาครบทั้ง 6 สถานที่สำคัญ และกำแพงเมืองจีนอยู่ในลำดับที่ 6 ของการเดินทางมาเก็บสิ่งมหัศจรรย์ครั้งนี้ และยังเหลืออีก 1 ที่สุดท้ายอยู่ในทวีปอเมริกากลาง ไว้ติดตามกันต่ออีกครั้ง

สำหรับการเที่ยวจีน ปักกิ่ง เริ่มเดินทางในวันที่ 23 -27 สิงหาคม 2569 เป็นช่วงที่เด็กนักเรียนจีนปิดเทอม ซึ่งแน่นอนว่าคนจีนจะพาเด็กๆมาเที่ยว ตามสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมาก ดังนั้นในสถานที่ท่องเที่ยวจะต้องมีคนมาก ต้องใช้ความสามารถในการถ่ายรูปอย่างมาก เพื่อที่จะได้รูปออกมาสวย สำหรับการีวิวจะลงรูปภาพและข้อมูลภาพเลนส์โดยไม่ตกแต่ง จะได้นึกภาพออกเวลาเดินทางเที่ยวด้วยตัวเอง และเห็นสถานที่ต่างๆผ่านรูปภาพ

เริ่มต้นการเดินทางด้วยป้าม่วง จากสนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 23 สค 69 รอบเวลาประมาณ 23.50 น. แน่นอนว่าไปถึงปักกิ่งก็ประมาณ 05.30 น. ถึง Flight เช้า

หลังจากที่ถึงสนามบินปักกิ่ง ก็ต้องนั่งรถไฟภายในอาคารเพื่อไปยังอาคารรับกระเป๋า เราจะต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านตรวจกระเป๋า สำหรับ ตม.ที่ปักกิ่งที่ผมเจอมาถือว่าไม่ถามอะไรเลย เมื่อยื่นพาสปอร์ตให้ก็ปั๊มเข้าเมืองได้เลย ทำให้การเดินทางรวดเร็วมากขึ้น บรรยากาศภายในสนามบินและรถไฟเชื่อมต่ออาคาร

สำหรับการเข้าเมือง ผมจองผ่าน Trip.com (คลิกจองผ่านลิงค์ได้เลยจองรัถรับส่ง) ให้รถมารับที่สนามบินไปส่งโรงแรมชื่อ JianGuo Hidden Hotel(Beijing Tian An Men Wangfujing store)(คลิกจองผ่านลิงค์ได้เลย Trip.com) สำหรับมุมมองส่วนตัว เรื่องทำเลดีมาก ติดกับสถานีรถไฟใต้ดิน และติดกับถนน Wangfujing เป็นถนนคนเดิน นอกจากนี้ยังใกล้กับพระราชวังต้องห้ามด้วย ผมสามารถเดินไป พระราชวังต้องห้าม ได้เลย

เริ่มเข้าสู่วันแรก หลังจากที่เข้าไปเก็บของและอาบน้ำในที่พัก

24 สิงหาคม 2569 แพลนวันนี้จริงๆว่าจะไปเที่ยวที่ หอบูชาฟ้าเทียนถัน (Temple of Heaven) แต่คิดไปคิดมาเปลี่ยนแผน ไปกำแพงเมืองจีนก่อนดีกว่า เพราะอากาศดี แต่แพลนการไปกำแพงเมืองจีนจริงๆจะต้องไปพรุ่งนี้ที่ ด่านมู่เถียนยวี่ (Mutianyu) สำหรับวันนี้เปลี่ยนแผนไปด่านปาต้าหลิง (Badaling Great Wall) แทน ใช้วิธีการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง ผมจองรถไฟผ่าน Trip.com นะครับ เพราะเป็น App หลักของที่จีน จะค่อนข้างง่ายและสะดวกด้วย

เมื่อถึงกำแพงเมืองจีน ด่านปาต้าหลิง (Badaling Great Wall) ก็ขึ้นไปเจอกับคนที่เยอะมาก มหาศาลมาก ทำใจไว้เลยว่าต้องรอนานแน่ๆ ในใจคิดแค่ว่าตอนแรกจะแวะมาเที่ยวแป็บเดียวแล้วกลับไปเที่ยวในเมือง สรุปว่าไปต่อแถวแบบขดแล้วขดอีก รวมๆกว่าจะถึงกระเช้าขึ้นประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า

สำหรับด้านบนก็จะเป็นเส้นทางของกำแพงเมืองจีนนะครับ ที่ด่านนี้จะเป็นด่านที่เดินทางสะดวกมาก เพราะมีรถไฟใต้ดินความเร็วสูง 1.30 ชม. ทำให้นักท่องเที่ยวเยอะ และช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม ผู้ปกครองก็จะเยอะมากกว่าปกติ เอารูปฝูงชน มวลมหาชน และแดดมาฝากกันครับ

เมื่อลงมาจากกระเช้าแล้วก็พบว่า คนเยอะมากเหมือนเดิม และแดดแรงมาก คนจีนกางร่มแทบจะเกี่ยวหัวกันเลย ดังนั้นเราต้องใช้ความสามารถในการไปเที่ยวและถ่ายรูป ต้องตั้งสติดีๆ ก็จะมีรูปสวยๆเหมือนกัน

หลังจากนั้นก็จะกลับเข้าเมือง พบว่าตั๋วรถไฟเต็มทุกรอบ มีว่างแค่รอบประมาณ 1 ทุ่ม แล้วใครสามารถรอได้ดึกขนาดนั้น ก็เลยลองเรียก DiDi พบว่า รถไม่สามารถเข้ามาใกล้ภายในอุทยานได้เป็นกฏเหล็กของของการรับส่ง สิ่งที่ต้องทำคือ เดินไปขึ้นรถบัสของอุทยานเพื่อเข้าเมือง และหลังจากนั้นบัสจะลงที่กลางเมืองปักกิ่งค่อยหาทางกลับที่พัก แบบนี้คือวิธีที่ถูกต้องหากไม่ได้กลับรถไฟ

หลังจากนั้นเมื่อถึงที่พัก ก็ขึ้นไปเก็บของที่ซื้อของฝากจากกำแพงเมืองจีน แล้วลงไปเดินเล่นถนนคนเดิน Wangfujing ใจกลางเมือง อย่างที่บอกว่าข้อดีของทีพักคือทำเล เอาบรรยากาศถนนคนเดิน Wangfujing มาฝากกันรอบดึก

กลางวันอากาศร้อนมากในช่วงเดือนสิงหาคม ที่เดินทางไปปักกิ่ง ส่วนกลางคืนลมเย็นๆนะครับ และในยามกลางคืนของถนนคนเดินก็บรรยากาศดี รอบๆมีของกินเล่นเยอะและมีห้างเยอะมาก รอบๆมีห้างมากมาย เดินไม่หมดแน่นอน ผมเองก็มาเดินถนนนี้ทุกคืน เพราะกลับดึกก็แวะมาเดินเล่นหาของกินทุกวัน ใครมาถึงแล้ว อย่าลืมแวะมาดูจอ PANDA ด้วยนะครับ จบวันแรกของการเดินทางมาถึง เที่ยวจุกๆมึนๆไปเลยวันแรก พรุ่งนี้เราจะไปกำแพงเมืองจันอีกด่าน ที่ตั้งใจแพลนไว้ตั้งแต่แรก (แต่วันนี้แทรกซะงั้น) ฝันดีครับ

Day 2 ปักกิ่ง 25 สิงหาคม 2569

วันนี้มีแพลนที่เตรียมไว้แบบไม่ผิดแผนคือ ไปกำแพงเมืองจีนด่านมู่เถียนยวี่ (Mutianyu)

จองรถแบบเหมาเที่ยวไว้ใน Trip.com เป็นรถเหมาส่วนตัวมารับที่โรงแรมและมาส่งกลับที่โรงแรม ราคาหรือลิ้งค์การจองคลิกดูได้ที่ รถเหมาไปด่านด่านมู่เถียนยวี่ (Mutianyu) ผมนัดรถมารับที่โรงแรมประมาณ 8 โมงครับ เพราะด่านนี้ต้องนั่งรถไปประมาณ 2.30 ชม โดยประมาณหรือเร็วกว่านั้นตามสภาพการจราจร ใครจะไปขนส่งสาธารณะก็มี ที่โรงแรมรวมอาหารไปด้วยนะครับ ของกินเยอะมาก แต่กินไม่ได้เยอะเวลาเช้าๆ เอาภาพมาฝากกัน

หลังจากที่ทานอาหารเช้าแล้ว รถก็มารับที่โรงแรมครับ เป็นรถไฟฟ้านั่งสบายเลยแหละ เราจะนั่งรถไปยังกำแพงเมืองจีนด่านมู่เถียนยวี่ (Mutianyu) ผมใช้บริการโดยซื้อจาก Klook เพราะมีแพ็กเกจรับและส่งอย่างเดียวไม่ต้องเอาทัวร์

เดินทางไป ก็นอนหลับไป ช่วงที่ผมเดินทางมานั้นเป็นช่วงฝนนะครับ และอากาศร้อนที่ปักกิ่ง แต่สำหรับนอกเมืองอย่าง ด่านมู่เถียนยวี่ (Mutianyu) อากาศเย็นสบายครับ ไม่ร้อนเหมือนด่านเมื่อวานที่ไปมา สำหรับราคาก็แปะไว้ให้ตามรูปนะครับ สามารถดูรีวิวไปด้วยได้ สำหรับขาขึ้นผมนั่งกระเช้าห้อยขา เพื่อไปยังด้านบนกำแพงเมืองจีนเลย ตอนแรกซื้อตั๋วขึ้นกระเช้าไว้สำหรับที่ที่ แต่พอขึ้นรถคนขับบอกว่า จะต้องลงไปขึ้นรถบัตรที่ซื้อตั๋วเพื่อขึ้นไปด้านบน แต่ถ้าให้เขาซื้อตั๋ว (ราคาเท่าๆกัน) เขาสามารถขับรถขึ้นไปยังได้บนสุดได้เลย โดยที่ไม่ต้องไปต่อแถวขึ้นรถบัส และขากลับเขากรอรับได้เลย ตอนแรกก็กล้าๆกลัวๆ พอตอนหลังก็เลยตัดสินใจยกเลิกตั๋วแล้วให้คนขับซื้อให้ พอไปถึงก็เป็นเรื่องจริง ผมลดขั้นตอนการไปรับตั๋วและการไปรอขึ้นรถบัส รถส่วนตัวที่ขับมาก็ขึ้นไปยังจุดขึ้นกระเช้าห้องขาเลย ทำให้เช้าวันนี้ขึ้นไปไวมาก คนแทบยังไม่มีด้านบนเลย

ด้านบนสวยงามครับ มีเส้นทางเดินเล่นไปเรื่อยๆได้ เพื่อผ่านป้อมต่างๆ แต่เท่าที่ผมดูแล้ว ตรงที่กระเช้าจอดและเจอมุมกำแพงเมืองจีน อันแรกสวยสุดแล้ว ส่วนใครจะเดินเล่นชมคามสวยงามของกำแพงเมืองจีนก็สามารถเดินเล่นได้อย่างสบายใจเลย ผมแปะแผนที่ไว้ให้

หลังจากที่เดินเล่นถ่ายรูปด้านบนจนอิ่มแล้วประมาณเที่ยงครึ่ง ก็เลยเตรียมตัวลงด้วยตั๋วนั่งรถรางลงจากด้านบน ปรากฏว่าคมต่อแถวเยอะมากรอเล่นเครื่องเล่นนี้ลงไป ผมใช้เวลาต่อแถวยืนรอประมาณชั่วโมงก็ถึงคิวลงของตัวเองบ้างแล้ว

หลังจากนั้นก็ให้รถกลับมารับไปส่งโรงแรม แต่เปลี่ยนแผนเพราะเวลาน้อยเลยให้คนขับรถไปส่งที่สถานที่เที่ยวถัดไปเลยนั่นคือ หอบูชาฟ้าเทียนถัน (Temple of Heaven) ไปถึงก็เย็นแล้วประมาณใกล้ๆ 4 โมงเย็น แต่ขอให้ได้มาเที่ยวเห็นก่อน เพราะมาถึงปักกิ่งแล้ว แล้วที่สำคัญฝนตกหนักมาก ชุ่มฉ่ำไปเลย มาดูบรรยากาศตอนฝนตก พร้อมฝูงชนมหาศาลเหมือนเหมือนเดิม

หอบูชาฟ้าเทียนถัน (Temple of Heaven) รายละเอียดราคาเข้าและ้วลา

ตอนแรกคิดว่าฝนตกคงไม่มีคน แต่คิดผิดเพราะว่าคนจีนยังคงเยอะมากเหมือนเดิม พาลูกหลานมาเต็มไปหมด และเด็กๆก็ร้องไห้ ไม่สนุก มีเยอะมากที่เห็นครับ ผมก็เริ่มเดินเล่นเข้าไปเรื่อยๆในสถานที่ท่องเที่ยวครับ คนเยอะมาก พอเจอกับหอเทียนฟ้าก็ยืนมองอยู่นานครับ แม้ฝนตกแต่สีที่ตกแต่งก็ยังโดดเด่นสวยงาม และคนเยอะจนมึนว่าจะถ่ายรูปแบบไหนดีด้วย ก็เลยเก็บบรรยากาศมาฝากในสิ่งที่ได้พบเห็น สำหรับใครหาข้อมูลที่ละเอียดลองหาข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมนะครับ

สำหรับวันนี้ก็กลับที่พักอีกครั้งหลังจากที่เที่ยวเสร็จ ผมกลับที่พักด้วย DiDi แต่อย่าลืมว่าตามสถานที่สำคัญต่างๆ DiDi จะเข้ามารับในโซนที่เที่ยวไม่ได้ แนะนำให้ออกไปจากสถานที่สำคัญแล้วเดินไปที่ป้ายรถเมย์ แล้วเรียกแอพได้ครับ สำหรับวันนี้ก็กลับไปเดินเล่นถนนคนเดินต่อหน้าที่พักครับ แล้วก็พักผ่อน

Day 3 ปักกิ่ง 26 สิงหาคม 2569

วันนี้แพลนเที่ยวไว้ที่ Universal Studios Beijing

สำหรับการเตรียมตัวเที่ยว Universal Studios Beijing ก็แนะนำว่าให้ซื้อตั๋วเข้าออนไลน์ไว้เพื่อความสะดวก ผมจองผ่านเว็ปตรงของทาง Universal Studios Beijing เลย ในการซื้อก็ควรทำการบ้านว่า เราจะเล่นเครื่องเล่นสักกี่อย่าง ในใจผมคือ 5 อย่างที่เด่นๆ และตั้งใจซื้อ express pass ไว้เลย ในแพ็กเกจ ตั๋วเข้า+express pass 5 เครื่องเล่น ทำการโหลดแอพของ Universal Studios Beijing มาเตรียมไว้ เพื่อความสะดวกในการเช็คว่าเครื่องเล่นไหน มีการรอคิวเท่าไหร่ และจะมีโชว์อะไรบ้างในเร็วนี้ สำหรับวันนี้ฝนตกตามเคยครับ แต่ก็ไม่ได้ทำให้การเที่ยวลดลง

สำหรับการเดินทางผมนั่งรถไฟมต้ดินสาย สาย 1 (Line 1 / Batong Line)นั่งมาสุดสายที่สถานี Universal Resort ได้เลย ส่วนใครพักสถานอะไร ก็มองหาว่าสายไหนสลับไปสาย 1 ได้บ้าง หลักการเที่ยวง่ายๆ

สำหรับการเที่ยวใน Universal Studios Beijing ผมดูจากแอพเป็นหลัก ที่ไหนมีคิวรอน้อยที่สุดก็แวะเข้าไปเที่ยว เล่นเครื่องเล่นก่อนเลย ส่วนไฮไลท์ 5 เครื่อง ที่ไม่ต้องต่อแถวอยากเล่นช่วงไหน ก็ค่อยไป และข้อสำคัญโชว์ต่างๆของ Universal Studios Beijing มีมาก ให้ดูว่าที่ไหนมีโชว์เวลาไหน ก็ไปเตรียมตัวรอก่อนเวลาประมาณ 30-45 นาที เพราะที่นี่มีโชว์ดีๆที่ดังมากมาย

โซนและเครื่องเล่นไฮไลต์

  • The Wizarding World of Harry Potter: ห้ามพลาด Harry Potter and the Forbidden Journey ท่องปราสาทฮอกวอตส์แบบไม่ต้องใส่แว่น 3 มิติ และดื่มบัตเตอร์เบียร์ที่หมู่บ้านฮอกส์มี้ด
  • Transformers Metrobase: สัมผัสความตื่นเต้นกับ Decepticoaster รถไฟเหาะตีลังการสุดมันส์ประจำโซน
  • Jurassic World Isla Nublar: ผจญภัยในโลกไดโนเสาร์ขนาดยักษ์กับเครื่องเล่น Jurassic World Adventure
  • Kung Fu Panda Land of Awesomeness: โซนในร่มธีมกังฟูแพนด้าแห่งแรกของโลก ดีไซน์สวยงามอลังการและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ปักกิ่ง
  • Minion Land: สนุกกับเครื่องเล่นน่ารักๆ อย่าง Despicable Me Minion Mayhem เหมาะกับทุกวัย
  • WaterWorld: ชมการแสดงผาดโผนกลางน้ำสุดยิ่งใหญ่ เอฟเฟกต์จัดเต็มที่ห้ามพลาด

วันนี้อยู่ถึงไฮไลท์คือการแสดงไฟโชว์ที่ Harry Potter แต่บอกเลยว่าวันนี้คนเยอะมาก การดูไฟก็ดูลำบากหน่อย เพราะโซนดูแคบมาก และทางสวนสนุกก็มีการกั้นคนให้รอเข้าชมตามรอบเวลา ถ้าใครมาไม่ทันรอบก็จะถูกล้อมคอกไว้รอปล่อยรอบถัดไป เขาจะไม่ได้ให้ไปรวมกันหมดในรอบเดียวกัน ส่วนตัวผมมองว่าไฟที่แสดงไม่ค่อยตราตรึงเท่าไหร่ ไม่มีจุดพลุโชว์เหมือนดีสนีย์แลนด์ ความยิ่งใหญ่ในการแสดงไฟน้อยกว่า แต่อย่างน้อยมาแล้วก็ต้องอยู่ถึงค่ำไปเลย จนจบโชว์การแสดงไฟ หลังจากนั้นก็ออกมาประมาณ 3 ทุ่มได้ ก็ไปหาข้อมูลร้านอาหารมา เลยนั่งรถไฟที่เป็นขากลับไปลงสถานีที่มีร้านของกินนี้

ชื่อร้าน Judian Chuanba นั่งรถไฟใต้ดินมาลง แล้วเดินต่อประมาณ 250 เมตร

และแล้ววันนี้ก็กลับที่พักดึกดื่นอีกตามเคย แต่อร่อยและดีใจที่ได้มา หลังจากกินอิ่มก็นั่ง DiDi กลับที่พักเลย เพราะอยู่ไม่ไกลจากที่พักแล้ว พรุ่งนี้วันสุดท้ายแล้ว ก่อนกลับขอแวะเที่ยว ไฮไลท์สุดท้ายสักหน่อยก่อนกลับคือ พระราชวังต้องห้าม!

Day 4 ปักกิ่ง 27 สิงหาคม 2569

เช้าวันนี้ตั้งใจเดินทางไป พระราชวังต้องห้าม (The Palace Museum and the Forbidden City) หนึ่งในที่ที่ทุกคนจะต้องมาดูความสวยงามและความยิ่งใหญ่ของคนในสมัยก่อนแห่งนี้

ตั๋ว !! ผมว่าใครจะมีต้องนั่งกดซื้อตั๋วเข้าก่อนมาพระราชวังต้องห้าม หรือ พระราชวังหลวงกู้กง ผมแนะนำว่าให้หยุดกดได้แล้ว เราไม่สามารถซื้อทันคนจีนได้อย่างแน่นอน ผมเตรียมตัวซื้อตั๋วมา 1 อาทิตย์ ก็ไม่เคยทันสักวัน และอย่าไปซื้อทัวร์ตามเว็ปต่างๆที่มีไกด์และขายตั๋ว ให้เราไปซื้อเองที่หน้างานได้เลย คนที่ซื้อในเว็ปคือคนจีน คนจีนจะต้องจำกัดการเข้าไม่สามารถซื้อหน้างานได้ เพราะจำกัดคนเข้าในคนจีนด้วยกันเอง สำหรับเรานักท่องเที่ยวไปซื้อที่ช่องขายตั๋วได้เลย มีตั๋วให้เรานักท่องเที่ยวต่างชาติ 100% แถมไม่ต้องต่อคิวเลย สะดวกมาก ขนาดผมไปในช่วงวันหยุดปิดเทอมของเด็กๆ คนเยอะมาก ทัวร์จีนด้วยกันเองเยอะมาก ยืนกันเต็มหน้าพระราชวัง ตั้งแถวมากมาย แต่เราไม่ต้องตกใจเดินไปซื้อได้เลยที่ช่องขายตั๋วนักท่องเที่ยว สอบถามเจ้าหน้าที่ก็ได้ว่าซื้อตั๋วได้ที่ไหน เขาจะชี้ไปที่เคาร์เตอร์จำหน่ายของชาวต่างชาติโดยเฉพาะ หน้าตาของช่องจำหน่าย

และหลังจากนี้ก็ใช้เวลาเดินเล่นที่นี่ทั้งวันไปเลย เดินไล่ดูไปเรื่อยๆจากด้านหน้าไปถึงท้าย เดินไม่หมดด้วยครับ เลยเดินย้อนกลับมาทางออกเดิมเพื่อเตรียมตัวบินวันนี้ไฟล์บินกลับ 17.45 น. เป็นการมาเที่ยวปักกิ่งแบบจุกๆแค่ 4 วัน ก็สามารถเที่ยวได้แบบอิสระ ผมจะลงรูปบรรยากาศของ พระราชวังต้องห้าม (The Palace Museum and the Forbidden City) เผื่อใครนึกไม่ออกก็สามารถดูได้

หลังจากนั้นก็กลับที่พัก เพราะผมซื้อรถรับส่งสนามบินไว้ของ Trip.com เพราะสะดวก ไม่ต้องไปยืนเรียกรถ หรือ DiDi เน้นความสะดวกก่อนกลับแล้วกัน หวังว่าการรีวิวที่เที่ยวแบบเรียลๆจะทำให้ทุกคนเห็นภาพว่า ปักกิ่ง จะอารมณ์ประมาณไหน มีที่ไหนเที่ยวบ้าง จริงๆยังมีอีกหลายๆอย่างที่ยังไม่ได้ทำเพราะมัวแต่เที่ยว เช่น ของกิน มีร้านอาหารดังๆมากมาย ไว้มีโอกาสจะกลับมาใหม่ แต่ขอเป็นช่วงปกติ ห้ามตรงกับเด็กๆปิดเทอมเด็ดขาด ไม่งั้นคนเยอะทุกที่แบบในรูปแน่นอน

ใส่ความเห็น

Get the Book

The ultimate guide for creators: strategies, stories, and tools to help you grow your craft.

Be Part of the Movement

Every week, Jordan shares new tools, fresh perspectives, and creator spotlights—straight to your inbox.

← กลับ

ขอบคุณสำหรับการตอบกลับของคุณ. ✨

Creator Rising: A Playbook for a Meaningful Creative Life is your guide to building
not only income, but a creative life
worth living.

Inside you’ll find systems for sharing your work, habits that fuel inspiration, and ways to grow without losing
the spark that makes you create in the first place.